และแล้วผมก็ได้มาเข้าเรียน ที่โรงเรียนกระแสสินธุ์วิทยา ซึ่งเป็นโรงเรียนใกล้บ้าน และเป็นโรงเรียนประจำอำเภอด้วย เข้า ม.1 มาก็มีการปฐมนิเทศ กันตามปกติ ก็รู้สึกดีนะ ตอนนั้น เพราะเป็นที่ใหม่อะไร ใหม่ ๆ ดี มีการเรียนการสอน ที่ต้องพึ่งตัวเอง มากขึ้น ได้เจอเพื่อน มากขึ้น
ไว้วันหลังมาเขียน ต่อ ซีรีย์เรื่องราวของผม ยังมีอีกยาว ...
Showing posts with label เรื่องสั้น. Show all posts
Showing posts with label เรื่องสั้น. Show all posts
Monday, January 14, 2008
ก้าวข้ามประถมศึกษา
อยู่ชั้น ป.5 ในชั้นนี้ไม่ค่อยมีอะไรสำคัญมากนัก ผมเองแทบจำอะไรไม่ค่อยได้ นอกจากจะมีการเรียนการสอน ภาษาอังกฤษ เป็นครั้งแรก ซึ่งคุณครู ที่สอนภาษาอังกฤษผม ขอบอกเลยว่าเป็น ครูที่ผมประทับใจมากที่สุดเลยในระดับ ประถมศึกษา ขอเอ่ยนามแล้วกันว่า ชื่อ คุณครู ภิรมย์ญา พรหมอักษร หากสะกดชื่อผิดก็ขอ อภัยด้วยครับ
ป.6 แห่งความสมหวังและผิดหวัง สมหวังครั้งแรกคือ ได้ที่ 1 หลังจากอันดับ เพิ่มขึ้นมาทุกปี จนเทอมสุดท้าย ก่อนจบ ก็ได้ที่ 1 เสียที ไม่เสียทีที่ตั้งเรียน ตอนนั้นดีใจมาก เพราะเป็นครั้งแรกของผมเลย แต่ก็มีเรื่องผิดหวังคือ สอบเข้า ม.1 โรงเรียนมหาวชิราวุธไม่ได้ ซึ่งเป็นโรงเรียนที่เก่าแก่ และคิดว่าใหญ่ที่สุดในตอนนั้นของ สงขลา แต่ตอนนั้นก็เห็นความแตกต่างอย่างชัดเจนเลยว่าเราสู้เด็ก ในเมืองไม่ได้จริง ๆ เฮ้อ เศร้าอีกแล้ว เรา ...
ป.6 แห่งความสมหวังและผิดหวัง สมหวังครั้งแรกคือ ได้ที่ 1 หลังจากอันดับ เพิ่มขึ้นมาทุกปี จนเทอมสุดท้าย ก่อนจบ ก็ได้ที่ 1 เสียที ไม่เสียทีที่ตั้งเรียน ตอนนั้นดีใจมาก เพราะเป็นครั้งแรกของผมเลย แต่ก็มีเรื่องผิดหวังคือ สอบเข้า ม.1 โรงเรียนมหาวชิราวุธไม่ได้ ซึ่งเป็นโรงเรียนที่เก่าแก่ และคิดว่าใหญ่ที่สุดในตอนนั้นของ สงขลา แต่ตอนนั้นก็เห็นความแตกต่างอย่างชัดเจนเลยว่าเราสู้เด็ก ในเมืองไม่ได้จริง ๆ เฮ้อ เศร้าอีกแล้ว เรา ...
ช่วงเวลาของการปรับตัว
ขึ้นชั้นป.2 มีเหตุการณ์สำคัญอย่างหนึ่งที่จำได้ขึ้นใจคือ ด่าครูจน ถูกเชิญผู้ปกครอง ลองคิดดูเด็ก ป.2 ด่าครูจนถูกเชิญผู้ ปกครอง ลองคิดสภาพดูว่า ผมเลวแค่ไหน (มันน่าภูมิใจไหมเนี่ย)
จะเล่าเหตุการณ์ ท้าวความให้ฟัง เรื่องนี้มันเกิดจากเพื่อน ปากบอนแท้ๆ (จริง ๆ ผมก็ไม่ได้โทษเขาหรอกนะ ผมว่ามันเป็นนิสัยแย่ ๆ ของผมเองเหอๆ) ตอนนั้นไม่รู้เล่นอะไรกันแล้วจำไม่ได้ แต่สุดท้ายก็โดนทำโทษโดยการถูกเฆี่ยน โดยครูท่านหนึ่ง ซึ่งผมก็จำได้ขึ้นใจ แต่ไม่ขอกล่าวพาดพิงถึงแล้วกัน หลังจากที่โดนทำโทษ ก็ได้มานั่ง สนทนากัน ว่าเจ็บเป็นบ้า จนผมเผลอด่าครูออกไปว่า "อี้เปรต นี่ ตีเจ็บอี้ตายโหง ..." และแล้วก็ตามคอนเซ็บ เจ้าเพื่อนตัวแสบก็ วิ่งไปฟ้องครู ทำนั้นแหละเป็นเรื่องเลยตู ...
เป็นครั้งแรกที่ต้องให้แม่มาโชว์ตัว ในเรื่องที่ไม่น่าภาคภูมิใจเอาซะเลย จนถึงวันนี้ก็ยังจำไม่มีวันลืม แต่ผมก็ไม่ได้คิดเคียดแค้นครูท่านนั้นหรอกนะ ยังไงผมคิดว่า ครูแกก็เป็นคนที่สอนใช้ได้เลยทีเดียว พอผมมานึกถึงตอนนี้กลับ รู้สึกขำ ๆ ดี ว่า ช่างทำไปได้หนอเรา เฮ้อ...
มาถึงตอนนี้ อยู่ประมาณ ป.3 จำได้ว่าตอนนั้น เรียนบวก ลบ คูณ หาร เลข ไม่ค่อยจะรู้เรื่องเลย เรียนไป ในใจก็นึกสงสัย มันทำยังไงวะ รู้สึกว่า ตอนนั้น เรียนได้ที่ 11 จาก 24 คนมั้งถ้าจำไม่ผิด ซึ่งเป็นที่สูงสุดแล้ว เท่าที่เคยได้รับ ไม่ค่อยจะฉลาดเลยเรา
พอขึ้น ป.4 ก็มีเหตุการณ์ที่น่าอับอายมาก ๆ จนแทบไม่อยากเล่าเลยเนี่ย น้อยคนนักที่จะทราบเรื่องนี้ (ต้องเป็นเพื่อนห้องเดียวกันเท่านั้น ณ ตอนนั้น ซึ่งบางคนก็อาจลืมไปแล้ว) แต่ก็ตัดสินใจเล่าแล้วกัน เพราะไม่มีอะไรต้อง อายอีก เพราะตอนนั้นเราก็เด็กอะนะ ไม่ค่อยรู้เรื่อง รู้ราวอะไรเท่าไหร่ (พยายามปลอบใจตัวเอง) ข้าพเจ้าขี้แตกในห้องเรียนครับพี่น้อง ขอย้ำ "ขี้แตก" คือก่อนอื่นขอบอกเลยว่า ตั้งแต่มาอยู่โรงเรียนเนี่ยไม่เคยเข้าไปทำธุระหนักในห้องน้ำของโรงเรียนเลย ส่วนใหญ่ก็ แค่ฉี่ แต่จำไม่ได้แล้วว่าฉี่ที่ไหนนะ คือต้องเข้าใจว่าโรงเรียนในต่างจังหวัดเมื่อก่อน ต้นไม้จะเต็มโรงเรียน เราคิดว่าตอนนั้นเราคงไปฉี่เอาตามต้นไม้ละมั้ง (ก็เด็กอะนะไม่อายหรอก แอบ ๆ เอา) ตอนนั้นรู้สึกว่า ออกไปอ่านอะไรแล้วไม่รู้ ให้เพื่อนฟังหน้าห้องก็หลายคนอะนะ เราก็เจ็บมาก ๆ ตดแล้วตดอีก เราก็สังเกตุเห็น อาการหลาย ๆ คนว่าได้กลิ่น แต่เราก็อุบเีงียบไว้ ยังไงก็ต้องอ่านต่อจนจบ พอกลับมานั่งที่มันก็ไม่ทันแล้วพี่น้อง หกออกมาเต็มพื้นเลย หน้าเราเนี่ย เหลือสองนิ้ว อายมาก ๆ แล้วเจ้าเพื่อนตัวแสบคนเดิมอีกนั่นแหละ ที่ตะโกนบอก คนอื่นในห้อง เราเนี่ย วิ่งออกนอก ห้อง มุ่งหน้ากลับบ้านอย่างไม่คิดชีวิต จังหวะนั้นไม่สนใจใครแล้ว เหอ ๆ กลับไปบ้านก็ ทำความสะอาด แล้วก็ไม่กล้าไปโรงเรียนอีก ใครจะกล้าไปหล่ะ ลองคิดดู
จนสุดท้าย รู้สึกว่าก็เป็นเจ้าเพื่อนตัวแสบนั่นแหละ กับเพื่อนอีกจำนวนหนึ่งมาตาม ให้ไปโรงเรียน เราก็ทราบความตอนนั้นว่า เจ้าเพื่อนตัวแสบนั่นแหละที่โดนครูใช้ให้ ไปทำความสะอาด ขี้ของผม (โคตรซะใจเลย เหอๆ ถือว่าความแค้นทั้งหมด หายกัน เพื่อนกูรักมึงหวะ 555) ตอนนั้นรู้สึกว่าเราไปโรงเรียน ก็แปลกแฮะ ทำไมคราวนี้ไม่ค่อย จะมีใครล้อเราเลย ก็ยังงง อยู่เหมือนกัน ว่าทำไมทุกคนดูเฉย ๆ แต่ก็ถือว่าเป็นโชคดีของเราแล้ว สวรรค์ทรงโปรด ตั้งแต่นั้นก็พยายามลืมเรื่องนี้ไป ไม่อยากเล่าให้ใครฟังหรอก เพราะมันไม่น่าภูมิใจเอาซะเลย อีกแล้ว เฮ้อ ...
จะเล่าเหตุการณ์ ท้าวความให้ฟัง เรื่องนี้มันเกิดจากเพื่อน ปากบอนแท้ๆ (จริง ๆ ผมก็ไม่ได้โทษเขาหรอกนะ ผมว่ามันเป็นนิสัยแย่ ๆ ของผมเองเหอๆ) ตอนนั้นไม่รู้เล่นอะไรกันแล้วจำไม่ได้ แต่สุดท้ายก็โดนทำโทษโดยการถูกเฆี่ยน โดยครูท่านหนึ่ง ซึ่งผมก็จำได้ขึ้นใจ แต่ไม่ขอกล่าวพาดพิงถึงแล้วกัน หลังจากที่โดนทำโทษ ก็ได้มานั่ง สนทนากัน ว่าเจ็บเป็นบ้า จนผมเผลอด่าครูออกไปว่า "อี้เปรต นี่ ตีเจ็บอี้ตายโหง ..." และแล้วก็ตามคอนเซ็บ เจ้าเพื่อนตัวแสบก็ วิ่งไปฟ้องครู ทำนั้นแหละเป็นเรื่องเลยตู ...
เป็นครั้งแรกที่ต้องให้แม่มาโชว์ตัว ในเรื่องที่ไม่น่าภาคภูมิใจเอาซะเลย จนถึงวันนี้ก็ยังจำไม่มีวันลืม แต่ผมก็ไม่ได้คิดเคียดแค้นครูท่านนั้นหรอกนะ ยังไงผมคิดว่า ครูแกก็เป็นคนที่สอนใช้ได้เลยทีเดียว พอผมมานึกถึงตอนนี้กลับ รู้สึกขำ ๆ ดี ว่า ช่างทำไปได้หนอเรา เฮ้อ...
มาถึงตอนนี้ อยู่ประมาณ ป.3 จำได้ว่าตอนนั้น เรียนบวก ลบ คูณ หาร เลข ไม่ค่อยจะรู้เรื่องเลย เรียนไป ในใจก็นึกสงสัย มันทำยังไงวะ รู้สึกว่า ตอนนั้น เรียนได้ที่ 11 จาก 24 คนมั้งถ้าจำไม่ผิด ซึ่งเป็นที่สูงสุดแล้ว เท่าที่เคยได้รับ ไม่ค่อยจะฉลาดเลยเรา
พอขึ้น ป.4 ก็มีเหตุการณ์ที่น่าอับอายมาก ๆ จนแทบไม่อยากเล่าเลยเนี่ย น้อยคนนักที่จะทราบเรื่องนี้ (ต้องเป็นเพื่อนห้องเดียวกันเท่านั้น ณ ตอนนั้น ซึ่งบางคนก็อาจลืมไปแล้ว) แต่ก็ตัดสินใจเล่าแล้วกัน เพราะไม่มีอะไรต้อง อายอีก เพราะตอนนั้นเราก็เด็กอะนะ ไม่ค่อยรู้เรื่อง รู้ราวอะไรเท่าไหร่ (พยายามปลอบใจตัวเอง) ข้าพเจ้าขี้แตกในห้องเรียนครับพี่น้อง ขอย้ำ "ขี้แตก" คือก่อนอื่นขอบอกเลยว่า ตั้งแต่มาอยู่โรงเรียนเนี่ยไม่เคยเข้าไปทำธุระหนักในห้องน้ำของโรงเรียนเลย ส่วนใหญ่ก็ แค่ฉี่ แต่จำไม่ได้แล้วว่าฉี่ที่ไหนนะ คือต้องเข้าใจว่าโรงเรียนในต่างจังหวัดเมื่อก่อน ต้นไม้จะเต็มโรงเรียน เราคิดว่าตอนนั้นเราคงไปฉี่เอาตามต้นไม้ละมั้ง (ก็เด็กอะนะไม่อายหรอก แอบ ๆ เอา) ตอนนั้นรู้สึกว่า ออกไปอ่านอะไรแล้วไม่รู้ ให้เพื่อนฟังหน้าห้องก็หลายคนอะนะ เราก็เจ็บมาก ๆ ตดแล้วตดอีก เราก็สังเกตุเห็น อาการหลาย ๆ คนว่าได้กลิ่น แต่เราก็อุบเีงียบไว้ ยังไงก็ต้องอ่านต่อจนจบ พอกลับมานั่งที่มันก็ไม่ทันแล้วพี่น้อง หกออกมาเต็มพื้นเลย หน้าเราเนี่ย เหลือสองนิ้ว อายมาก ๆ แล้วเจ้าเพื่อนตัวแสบคนเดิมอีกนั่นแหละ ที่ตะโกนบอก คนอื่นในห้อง เราเนี่ย วิ่งออกนอก ห้อง มุ่งหน้ากลับบ้านอย่างไม่คิดชีวิต จังหวะนั้นไม่สนใจใครแล้ว เหอ ๆ กลับไปบ้านก็ ทำความสะอาด แล้วก็ไม่กล้าไปโรงเรียนอีก ใครจะกล้าไปหล่ะ ลองคิดดู
จนสุดท้าย รู้สึกว่าก็เป็นเจ้าเพื่อนตัวแสบนั่นแหละ กับเพื่อนอีกจำนวนหนึ่งมาตาม ให้ไปโรงเรียน เราก็ทราบความตอนนั้นว่า เจ้าเพื่อนตัวแสบนั่นแหละที่โดนครูใช้ให้ ไปทำความสะอาด ขี้ของผม (โคตรซะใจเลย เหอๆ ถือว่าความแค้นทั้งหมด หายกัน เพื่อนกูรักมึงหวะ 555) ตอนนั้นรู้สึกว่าเราไปโรงเรียน ก็แปลกแฮะ ทำไมคราวนี้ไม่ค่อย จะมีใครล้อเราเลย ก็ยังงง อยู่เหมือนกัน ว่าทำไมทุกคนดูเฉย ๆ แต่ก็ถือว่าเป็นโชคดีของเราแล้ว สวรรค์ทรงโปรด ตั้งแต่นั้นก็พยายามลืมเรื่องนี้ไป ไม่อยากเล่าให้ใครฟังหรอก เพราะมันไม่น่าภูมิใจเอาซะเลย อีกแล้ว เฮ้อ ...
Saturday, November 3, 2007
ขึ้นปีที่หนึ่ง
มาถึงตอนนี้เรื่องราวเริ่มต้นการผกผันของชีวิตครั้งแรกก็มาถึง ตอนนั้นอยู่ชั้นอนุบาล 2 (ใส่เสื้อคล้ายๆ เสื้อกั๊กสีชมพู) เมื่อนักเรียนในชั้นป.1 ไม่ครบชั้นหรือยังไงไม่ทราบ เลยต้องหาเด็กเพิ่มในจำนวนที่ต้องการ ก็เลยมีการคัดเลือกจากเด็ก อนุบาล 2 ที่คิดว่าพอจะรู้เรื่องรู้ราวมั้ง ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือผมนั่นเอง เลยทำให้อายุของพวกเรานั้นน้อยกว่า เด็กปกติอยู่หนึ่งปี นั่นคือ 5 ขวบอยู่ป.1 ตอนนั้นก็ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรนักหรอก เขาให้ไปไหนก็ไป
-> ค่อยมาต่อ วันหลัง ยังมีอีกหลายสิบตอน
-> ค่อยมาต่อ วันหลัง ยังมีอีกหลายสิบตอน
Subscribe to:
Posts (Atom)